เคยใช่มั้ย...? ใครสักคนที่เราเห็นหน้ากันอยู่ประจำ ไม่ว่าจะคนข้างบ้าน คนในซอย หรือคนร่วมหอพัก แต่เรากลับไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร ชื่ออะไร และก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องรู้จักกันเลยสักนิด...

แต่เยาวชนกลุ่มหนึ่งในซอยเอกชัย 64/2   ย่านบางบอน กลับรู้สึกว่าการ รู้หน้าแต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร เป็นสิ่งที่สะกิดใจให้พวกเขาต้องทำอะไรสักอย่าง และหนึ่งในอะไรสักอย่างที่เยาวชนกลุ่มนี้เลือกทำก็คือ กีฬาสี กิจกรรมที่ฟังดูธรรมดาแต่กลับนำมาซึ่งผลสำเร็จเกินความคาดหมาย

เช้าวันนั้นแปลกใจมากเลยที่เดินเลี้ยวเข้ามาในซอยแล้วเห็นว่าหน้าโรงงานของแม่มีคนมานั่งรอกันเต็มไปหมด...เขามารอทำกิจกรรมกับเรา

มัท หรือ มัทนา แซ่เฮ้ง (๒๕ ปี) เล่าด้วยดวงตาเป็นประกาย หากใครเดินเข้ามาในซอยเอกชัย 64/2 จะพบว่าที่นี่เรียงรายไปด้วยตึกแถว หลายห้องดัดแปลงเป็นโรงงาน มีตั้งแต่โรงงานสีทาเล็บ โรงงานกระดุม ไปจนถึงโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า แม่ของมัทนาเองก็เป็นหนึ่งในคนงานและเจ้าของ โรงงานสมานฉันท์ โรงงานของเหล่าคนงานที่เคยถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ก่อนจะรวมตัวกันก่อตั้งโรงงานของตัวเอง  ผลิตและจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตัวเองชื่อว่า ดิกนิตี้ รีเทิร์น (Dignity Return)  ที่ต้องการสื่อถึงการกลับคืนมาของศักดิ์ศรีคนงาน

ไม่เพียงรับผลิตเสื้อตามสั่งทั่วไปแล้ว โรงงานสมานฉันท์ยังเป็นที่พบปะสังสรรค์ทำกิจกรรมระหว่างคนงานด้วยกันในชุมชนนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการทำงาน ประสบการณ์ชีวิต สิทธิแรงงานขั้นพื้นฐาน และสร้างเสริมความภาคภูมิใจให้คนงานตระหนักในคุณค่าของตัวเองว่ามีส่วนสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

มัท ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกหลานคนงานและอยู่อาศัยในชุมชนนี้มากว่า ๗ ปี จึงได้ร่วมกับเพื่อนรุ่นเดียวกันและซอยเดียวกันที่มีทั้งนักศึกษาและเยาวชนที่ทำงานแล้ว สร้างกลุ่ม ชุมชนเยาวชนคนงาน ขึ้นเพื่อต่อยอดด้านความสัมพันธ์กับคนในชุมชนละแวกนั้นให้ขยายมากไปกว่าในกลุ่มคนงาน และได้รับการสนับสนุนจาก โครงการหยั่งรากผลิใบเยาวชนหัวใจชุมชน   โดย สถาบันต้นกล้า และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

กีฬาสีเป็นกิจกรรมล่าสุดที่เราเพิ่งจัดไปเมื่อปลายปีและคนมาร่วมกันเยอะมากถึงหลักร้อย ใช้พื้นที่ตรงถนนหน้าโรงงานนี่แหละครับ

ดอน หรือ จรัญ ดับกระโทก (๒๓ปี)หนึ่งในกลุ่มเยาวชน ฯ เล่าให้ฟังบ้าง ก่อนหน้าวันจัดกิจกรรม ดอนและเพื่อน  ๆ ช่วยกันเดินแจกใบปลิวประชาสัมพันธ์กิจกรรม ชักชวนให้ชาวชุมชนละแวกนั้นมาร่วมแข่งกีฬา เช่น ฟุตบอล ตะกร้อ กีฬาพื้นบ้าน ฯลฯ หลายโรงงานที่พอจะมีคนรู้จักคุ้นเคยกันอยู่จะส่งรายชื่อนักกีฬาที่จะร่วมลงแข่งโดยทุกคนจะถูกคละรายชื่อกระจายกันไปอยู่คนละสี ได้แก่สีบานเย็น สีส้มและสีเขียว บางโรงงานเช่นโรงงานกระดุมที่ดอนทำงานอยู่ นายจ้างหรือ เถ้าแก่ ยังให้การสนับสนุนเป็นสวัสดิการน้ำหรืออาหาร

บางคนในชุมชนยังนึกภาพไม่ออกว่ากิจกรรมแบบนี้จะเป็นไปได้อย่างไรจึงไม่ได้รับปากว่าจะเข้าร่วม แต่เมื่อวันแข่งจริงมีคนในซอยเดียวกันเรียงแถวมาเข้าร่วมนับร้อย มีเสียงกลอง เสียงหัวเราะเฮฮาสนุกสนาน หลายคนที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อก็มายืนให้กำลังใจและเชียร์เหล่านักกีฬาประจำสีไปด้วยอย่างสนุกสนาน

นอกจากผลตอบรับด้านปริมาณแล้ว ดอนยังสังเกตเห็นว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนในซอยเริ่มลดลง

เมื่อก่อนในซอยนี้จะมีเรื่องทะเลาะกันเยอะมากครับ เคยเห็นหน้ากันก็จริงแต่ไม่รู้จักกัน มองหน้ากันก็อาจคิดว่าหาเรื่องกัน ก็มีเรื่อง แต่หลังงานกีฬาสี ผมรู้สึกว่าเรื่องทะเลาะกันน้อยลง คงเพราะตอนนี้เรารู้จักกันแล้วว่าใครเป็นใคร เมื่อเห็นหน้ากันจากที่มองหน้ากันเฉย ๆ ก็กลายเป็นทักทายกัน...เพราะเรารู้จักกันแล้ว

ดอนเล่าให้ฟังพร้อมรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงความชื่นใจ สบายใจ หน้าดุ ๆ ของเขาดูอ่อนละมุนขึ้นเมื่อมีรอยยิ้มกว้างเช่นนั้นมาประดับประดา คงเหมือนรอยยิ้มของสมาชิกในชุมชนแห่งนี้ที่เริ่มต้นจากความสนุกสนานในวันกีฬาสี งอกเงยเป็นมิตรภาพระหว่างกันและกันในชุมชน

อารีย์ สระทองหลาง พนักงานส่งของวัย ๓๔ ปี ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มเยาวชนสมานฉันท์

พี่ทำงานในชุมชนนี้มา ๑๐ กว่าปีแล้ว เมื่อก่อนก็มีจับกลุ่มเตะตะกร้อกันอยู่แล้วกับเพื่อนในโรงงานเดียวกัน ก็เตะกันอยู่แค่ ๕-๖ คน  แต่ตอนวันกีฬาสี...รู้สึกตื่นเต้นมากเพราะคนมันเยอะ เราทำงานมาเหนื่อย ๆ แล้วได้มาเห็นอะไรแบบนี้มันรู้สึกดีมาก มีความสุข...

แม้จะทำงานในโรงงานที่ตั้งในซอยนี้มานาน รู้จักคุ้นหน้าคุ้นตากันแทบทั้งหมด แต่พี่อารีย์ยอมรับว่ากิจกรรมที่กลุ่มเยาวชนคนงานช่วยกันจัดขึ้น ทำให้คนในชุมชนสนิทสนมกลมเกลียวกันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

พอมีคนหมู่มากมาร่วมกัน มันก็เกิดการร่วมแรงร่วมใจ จากที่เคยได้รู้จักกันแค่ผ่าน ๆ พี่ก็คิดว่าสนิทกันมากขึ้น เพราะมันได้มาสนุกเฮฮา ได้กระเซ้าเย้าแหย่กัน พี่ว่ามันดีมาก 

ใกล้รุ่ง ชีพจำเป็น หรือ พี่ไก่ วัย ๓๖ ปี ผู้จัดการโรงงานทำกระดุมในซอยเดียวกันก็เป็นอีกคนที่สนับสนุนกิจกรรมที่จะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนอย่างเต็มที่ ทั้งที่เมื่อก่อนพี่ไก่บอกว่าเป็นคนปิดตัวเอง  รู้สึกว่ากิจกรรมรวมหมู่แบบนี้หนวกหูเสียงดัง และบอกตัวเองว่า ลำพังทำงานก็หนักแล้ว คงไม่มีเวลาไปเข้าร่วมกลุ่มกับคนอื่น ๆ

แต่วันหนึ่ง พี่ไก่ลองให้โอกาสตัวเองเข้าไปพบปะเพื่อนพ้องแรงงานในโรงงานสมานฉันท์ ซึ่งจะเลือกจัดกิจกรรมในวันอาทิตย์เพราะเป็นวันหยุด

ตอนนั้นก็คิดว่าเครียดกับงาน ลองไปทำกิจกรรมอย่างอื่นบ้างก็ดี ปรากฏว่าได้อะไรดี ๆ เยอะมาก เรารู้สึกปลอดโปร่ง ได้ปลดปล่อย ทำให้มีสมองกลับไปคิดเรื่องอื่นได้มากกว่าเดิมเสียอีกเพราะเราไม่เครียดแล้ว เสียสละเวลานิดเดียวแต่ที่ได้กลับไปคุ้มมาก ทั้งได้แลกเปลี่ยนเรื่องที่เรารู้ เขารู้ ได้คุยกับคนที่เราเคยเห็นหน้าแต่ไม่รู้จักเขา หายเครียดและรู้สึกมีความสุขมาก...

จากนั้นพี่ไก่จึงเริ่มชักชวนลูกน้องในโรงงานมาร่วมกิจกรรมกับกลุ่มสมานฉันท์ในช่วงที่ว่างจากหน้าที่การงาน หลายครั้งมาทำกับข้าวร่วมกันโดยไม่มีแบ่งแยกว่าใครมาจากโรงงานไหน  และเมื่อรู้ว่า กลุ่มชุมชนเยาวชนคนงาน กำลังจะจัดกิจกรรมกีฬาสี พี่ไก่ก็เป็นอีกหนึ่งแรงที่ช่วยเต็มที่ โดยอยู่ในฝ่ายสวัสดิการอาหาร

ตอนวันกีฬาสีที่พี่ดีใจที่สุดคือ ช่วงเตรียมงาน มีลูกน้องมาร่วมประชุมด้วยแค่ 4-5 คนเหมือนไม่มีใครสนใจ แต่วันแข่งจริงปรากฏว่าลูกน้องพากันมาร่วมอีกสิบกว่าคน มาแข่งมาเล่นเกมอยู่ตั้งแต่เช้าจนหมดวัน เหนื่อยก็จริงแต่มีความสุข...

ส่วนตัวพี่คิดว่าถ้าจัดกีฬาสัมพันธ์แบบนี้ 2 เดือนครั้งได้จะดีมาก แต่ก็คงต้องขึ้นอยู่กับการพูดคุยกันระหว่างคนในชุมชน เพราะส่วนมากที่นี่เป็นคนงานโรงงาน จะมีช่วงเวลาที่งานเยอะและหนัก แต่อยากให้ทำอีกและอยากบอกกับคนในชุมชนว่าบางครั้งเราก็ปิดกั้นตัวเองมากเกินไปเหมือนที่พี่เคยไม่ชอบและไม่สนใจจะเข้าร่วม แต่ถ้าเราลองเปิดตัวเอง สละเวลาของเราสักนิด จะรู้ว่ามันได้อะไรดี  ๆ มีความสุขและคุ้มค่าเวลาจริง ๆ

พี่ไก่กับพี่อารีย์เป็นเพียงสองเสียงจากคนในชุมชนที่สะท้อนกลับไปยังกลุ่มเยาวชนคนงานว่ากิจกรรมของพวกเขาเห็นผลได้จริงในชุมชนที่ไม่คิดว่าจะสามารถรวมกลุ่มกันได้ ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่ทำให้มัทและเพื่อนมีกำลังใจขึ้นอย่างมาก

...หลังงานกีฬาสี ได้เห็นคนซอยเดียวกันที่เคยแต่เห็นหน้ากันแต่ครั้งนี้ได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันจริง ๆ ก็รู้สึกดีใจ รู้สึกว่ากิจกรรมของเราเกิดผล อีกอย่างหนึ่งคือพื้นเพของคนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพ ฯ พอได้มารวมกลุ่มกันและสนิทสนมกันแบบนี้ รู้สึกว่าอารมณ์ความเป็นชนบทมันกลับมา...

แม้แต่ส่วนตัวของมัท ดอน หรือเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ที่บ้างเป็นคนงาน บ้างเป็นลูกหลาน บ้างเป็นนักศึกษา ก็ยังได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพภายในของตัวเองจากกิจกรรมที่ทำร่วมกับคนในชุมชน แต่ทำสำคัญมากกว่านั้นคือการได้พัฒนาทักษะการอยู่ร่วมกันกับคนในสังคม โดยเฉพาะ ชุมชนเมือง ที่มักเห็นภาพของการห่างเหินแม้แต่คนที่อยู่บ้านติดกันก็ยังไม่รู้จัก ซึ่ง มัท ก็ยอมรับว่าเมื่อก่อนตัวเองก็มีลักษณะเช่นนั้น

เมื่อก่อนตัวเองจะเป็นคนที่อยู่กับตัวเองเยอะ เรียนเสร็จกลับบ้านเข้าห้อง ไม่ค่อยพูด เจอใครก็ไม่ค่อยได้ทักทาย แต่พอได้เข้ามาทำกลุ่ม ได้ไปค่ายพัฒนาศักยภาพที่อยู่ในโครงการหยั่งรากผลิใบ แล้วก็ได้ลงมือทำกิจกรรมจริง  ๆ ก็เห็นเลยว่าตอนนี้มีเพื่อนเยอะขึ้น ตัวเองก็กล้าพูดกล้าทักทายคนอื่นมากขึ้น  และก็รู้สึกประทับใจกับการทำกิจกรรมแบบนี้ คิดว่ามันให้มุมมองที่กว้างขึ้นแก่เราด้วย”.

 

 



 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เยี่ยมเลยคะ


ยากนะคะ ที่ ในปัจจุบันจะเกิดกิจกรรมเช่นนี้

*-*question
คือช่วงนี้กะลังทยอยขอบคุนคนที่เม้นบล็อกผมอะครับ

ซึ่งคุนเองก้อเป็นหนึ่งในนั้น

ขอบคุนเน้อที่เม้นให้...

ส่วนเอ็นทรี่นั้ก้อทำให้ยิ้มได้ครับ ขอบอก

#9 By keaaaa on 2010-03-29 18:53

ดีจังเลยค่ะ ชุมชนเข้มแข็ง..big smile Hot!

#8 By Kiss The Rain on 2010-03-24 15:02

อ่านแล้วทำให้นึกถึงซอยที่ตัวเองเคยอยู่สมัยเด็ก ๆ

มีจัดงานปีใหม่ วันสงกรานต์ วันเด็ก เพื่อให้คนในซอย

มาร่วมและทำความรู้จักกัน คงต้องยกความดีในผู้นำ

ชุมชนนั้น ๆ ซึ่งหาได้น้อยเต็มทีในขณะนี้..แต่ก็อีกแหละ

มันอยู่ที่ความร่วมมือของคนในชุมชนนั้น ๆ ด้วย

ปล.ตั้งเต็มย้ายมาอยู่ในหมู่บ้าน รู้ซึ่งว่าคนเองไม่

ค่อยให้ความร่วมมือสักเท่าไรเลยฉัน sad smile Hot!

#7 By mamphis on 2010-03-24 14:03

ไอเดียดีๆ กิจกรรมดี จากความร่วมแรงร่วมใจของทุกคน
น่าสนุกดีครับ ทำให้ 'คนซอยเดียวกัน' ได้มี 'จุดเริ่ม' ที่จะพูดคุยกัน ไม่แปลกหน้าทั้งที่คุ้นตา กันอีกต่อไป..

Hot!
แวะมาทักทายจ้ะ
คิดถึงและขอบคุณสำหรับความคิดถึงนะ
เดี๋ยวเข้ามาอ่านใหม่นะจ้ะ


จะไม่ปล่อยให้ปุ๊กเหงาเลยล่ะ ^^

#5 By รองเท้าแก้ว on 2010-03-20 17:28

Hot! น่าสนุกจังbig smile

#4 By Nart on 2010-03-20 11:49

ชุมชนน่าอยู่ น่ารักจริงๆเลย

#3 By Clepsydra:: on 2010-03-20 10:01

ชุมชนน่าอยู่

#2 By ขอบฟ้า on 2010-03-20 00:28

Hot! แจ่มมาก confused smile