สำหรับเรา...

งานคือรักที่ซื่อสัตย์ที่สุด

ทุ่มเทไปเท่าไหร่

ก็ไม่เึคยสูญเปล่า

ไม่เคยหลอกลวง

ไม่เคยหักหลัง

แม้วันนี้ยัีงไม่เห็น...

สักวันก็ยังได้เห็น...

และไม่ต้องรอความสุข

เพราะมีความสุขตั้งแต่ตอนที่ได้ทำ

ไม่เหมือนความรัก

ให้ไปเท่าไหร่ ก็ใช่ว่าจะกลับมาเท่าเดิม

...

 

สืบเนื่องจากเช้าวันก่อน  เราถูกปลุกด้วยโทรศัพท์ไม่คุ้นเบอร์ "คุณ...ใช่มั้ยคะ" "ช่ายยยค่ะ" เราตอบไปแบบงัวเงีย รู้ว่าคงเกี่ยวกับเรื่องงานนั่นแหละไม่งั้นไม่เรียกชื่อจริงเต็มยศหรอก

 ก็เป็นเรื่องงานจริง ๆ โทรมาบอกว่ากำลังจะส่งสัญญาฉบับใหม่มาให้เซ็น งานผ่านแล้ว โอเค และเขาก็ถามถึงงานชิ้นใหม่ว่าส่งไปอีกสิ ทางผู้บริหารจะพิจารณาปรับค่าตอบแทนให้ OoO และชักชวนเราให้ขยับไปทำชิ้นงานอีกสเกลหนึ่ง(ถ้าเปรียบเป็นหนัง จากหนังสั้นก็จะเขยิบให้ทำหนังเกือบยาว อะไรทำนองนั้น)

เราว่า...คุณภาพงานที่เราส่งไปมันยังไม่ถึงที่สุด แต่เราก็พยายามไม่ทำให้มันแย่เหมือนที่เราเคยเห็น  ขออภัย..แต่เราเห็นงานบางคนแย่กว่าเราจริง ๆ จนเราอดคิดไมไ่ด้ว่าจะทำดี ๆ ไปทำไม ดูสิ งานบางชิ้นยังผ่านมาได้เลย

จนเมื่อได้รับโทรศัพท์ในเช้านี้ จึงไ้ด้บทเรียนว่า...หากเราทำงานเอาเงินเป็นตัวตั้ง เช่น ได้เงินน้อยก็ทำให้น้่อย ๆ เราก็จะได้อยู่แค่นั้น อีกทั้งยังเป็นการไม่ให้เกียรติตัวเองอย่างแรง

แต่หากเราทำงานเพราะเรารักที่จะทำ...ทำเพื่อได้ทำ สิ่งตอบแทนอื่น ๆ หลังจากนั้นมันจะมาเอง

...

 

เฮ้อ...ขอบคุณทีมงานที่ให้ความไว้วางใจในเรา และขอบคุณตัวเองที่ไม่ส่งงานชุ่ย ๆ ไป(แอบชุ่ยนิดนึง แต่สัญญาจะทำให้ดีกว่านี้)

 

อืม...จะทำให้ดีกว่านี้

เหงา...ไม่เท่าไหร่

posted on 03 May 2010 23:04 by aroonwana

วันนี้ ค้นพบว่า...

 

ความเหงา ก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่หรอก

 

ที่คิดว่าออกไปหาเพื่อน อยู่ท่ามกลางคนเยอะ ๆ แล้วจะหาย...สุดท้ายก็อยากกลับมาอยู่กับตัวเองกับงานเล็ก ๆ อย่างอบอุ่นคนเดียวเงียบ ๆ 

 

จึงได้รู้ว่า ความเหงามันก็เท่านั้น

มันก็เหมือนทุก ๆ อย่าง มาของมันเองได้มันก็ไปของมันเองได้

อย่าไปใส่ใจอะไรกับมันมาก...

รู้ว่าบางทีโมโห เจ็บใจ เสียใจ น้อยใจ... "จะเหงาอะไรกันนักกันหนา !!!"

แต่มันก็จะยิ่งได้ใจ กัดกินเราไปเรื่อย ๆ 

 

...

พรุ่งนี้ก็คงจะเจอหน้าความเหงาอีก

ก็มองตามันเข้าไป

เหงานักใช่มั้ย

เหงาก็เหงาสิวะ

...

 

ก็จะทำไงได้ เมื่อวันนี้ "ใคร" เขายังไม่มานี่นา 555+

 

ป.ล.บรรทัดสุดท้ายสำหรับคนยังไม่หมดหวังในความรักนะจ๊ะ

เหงาจัง...

posted on 01 May 2010 21:54 by aroonwana

ใครบอกว่า คนที่เหงา คือคนไม่มีอะไรทำ...

โคตรจะไม่จริงเลย

ทั้งที่ "อะไร" ที่จะให้ทำและความสนใจในสิ่งต่าง ๆ ก็มีอยู่ท่วมหัว

แต่มันคนละส่วนกับหัวใจนี่...

ทุกอย่างยังขับเคลื่อนไปได้...

 

แม้หัวใจจะแห้งผากเต็มที

 

...

 

เราคงเหงาเพราะไม่มีที่จะไป

ช่วงนี้อยู่ในภาวะอะไรก็ไม่รู้ของชีวิต ยังจำเป็นต้องอาศัยออฟฟิศของคนอื่นอยู่

พอเขากลับบ้านกัน ก็หง่าวอยู่คนเดียว

ดีเหมือนกัน เปิดเน็ต ทำนู่นทำนี่ไป หนุกดีออก...

หนุกดีออก...

หนุกดีออก...

...

T^T

...

 

ฝึกไว้ ฝึกไว้

ถึงยังไงก็ตัดสินใจแล้วนี่นาว่าชีวิตนี้จะไม่เอาใครมาเป็นภาระผูกพันอีกแล้ว

ความรักเป็นอย่างไรก็รู้แล้ว

ความเจ็บปวดผิดหวังช้ำแทบกระอักเลือดก็รู้แล้ว...

ของบางอย่าง ครั้งเดียวก็มากเกินพอ...

 

เมื่อตัดสินใจแล้ว ในเบื้องต้น อาจรู้สึกเหงาเพราะใจไม่ชิน

แต่เราต้องเข้มนะ หาอะไรที่ดีกว่า สาระกว่า และซื่อสัตย์กว่า "ความรัก" "คนรัก" มาแทนที่

ชีวิตมันจะดีขึ้นเอง

...

สบายดี

 

ความทรงจำที่แสนดีมันจะไม่ใช่ความทรงจำที่ดีแน่ถ้ามันทำให้คุณเจ็บปวด
ไม่ว่าเขาจะเคยดีแสนดีแค่ไหน ถ้าปัจจุบันเขาไม่ใช่ นั่นคือไม่ใช่
ไม่ว่าอดีตเขาจะเลวแสนเลวขนาดไหน ถ้าปัจจุบันเขาดีกับคุณอยู่ นั่นคือเขาดี
คนๆหนึ่งสามารถกลับดีเป็นร้าย กลับร้ายเป็นดีได้เสมอ
สำคัญที่ “ปัจจุบันเขาเป็นอย่างไร”


คนอกหักที่ขมขื่นก็เพราะติดภาพที่เขาดีกับเรา
ความสัมพันธ์ที่ไม่อาจให้อภัยได้ก็เพราะติดภาพว่าเขาเคยไม่ดีกับเรา

ถ้าเราอยู่กับปัจจุบัน ชีวิตเราจะเริ่มต้นใหม่เสมอ ไม่มีอะไรคอยรั้งเราไว้ นอกจากความคิดของเราเอง
เขาเป็นอย่างที่เขาเป็นในปัจจุบัน
ไม่ได้เป็นอย่างที่เป็นในอดีต "ในความคิดของเรา"

"ถ้าคุณมีความทุกข์ ความโกรธคับแค้นใจ เศร้าหมอง อยู่ ณ ขณะใดที่เหตุการณ์ หรือคนเก่าๆได้ผ่านหรือตายไปแล้ว นั่นเป็นเพราะคุณทุกข์เพราะคิด นั่นก็เป็นเพราะว่าคุณเลือกที่จะเชื่อความคิดนั้น เลือกที่จะเชื่อว่าความคิดนั้นเป็นของคุณ"


เมื่อคุณคิด อย่ายึด อย่าเติม อย่าต่อ นั่นคือ “การ” ตัดวงจรทุกข์


ถ้าคุณอ่านแล้วเข้าใจสิ่งที่บทความนี้ต้องการจะสื่อ แต่คิดว่าทำได้ยากเพราะคุณยังไม่ได้ลงมือทำ
ลองฝึกหัดทำบ่อยๆให้ใจชินที่จะอยู่กับปัจจุบันเสมอนะคะ
วันนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้ต้องทำได้ พรุ่งนี้ไม่ได้สัปดาห์หน้าก็ต้องทำได้ สัปดาห์หน้าไม่ได้ เดือนหน้า ปีหน้า อีกสิบปีข้างหน้า อีกยี่สิบปีก็ต้องทำได้ อย่างน้อยมันต้องดีขึ้น ขอเพียงแต่รู้จักเริ่มก้าวเดิน

นี่เป็นจุดเริ่มต้นความสุขสุดพิเศษที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ และตรัสสอนไว้คือ การมีสติอยู่กับปัจจุบัน

 

จาก คุณโปร่งแสง

http://larndham.org/  

 

ป.ล. เป็นเว็บบอร์ดธรรมะที่ไม่น่าเบื่ออย่างที่หลายคนคิดนะ...เอามาฝากไว้เผื่อสักวันเพื่อน ๆ จะสนใจเข้าไปแวะเวียน ที่หายไปนานก็เวียนเข้าไปอ่านในนั้นนั่นแหละ...ก็ดีขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา ช่วยได้มากในหลายครั้ง

คนเข้าหาศาสนาไม่ได้มีแต่คนที่มี่ความทุกข์ แต่คนมีความทุกข์(เสียคนรักไป)อย่างเรา...เราพบว่าธรรมะคือคำตอบที่เด็ดขาดที่สุดที่ทำให้เราเถียงไม่ได้

และคงมีสักวันที่เราจะยอมรับความจริงได้เด็ดขาดลงไปสักที...เพี้ยง.

 

ร้องไห้(บ้าง)...ก็ได้นะ

posted on 28 Apr 2010 21:09 by aroonwana

เข้ามาแวะเวียนเป็นระยะ แต่ไม่ได้อัพหรืออะไรเลย ครั้งสุดท้ายคือตอนที่ยายเสีย และก็ไปงานศพที่ต่างจังหวัด

 

เหนื่อยน่ะ...หลาย ๆ อย่าง

 

อ่อนแอนะ รู้มั้ย เมื่อเทียบกับยายที่เข้มแข็งมาก ๆก็เศร้าใจ

ที่เราเจอ มันไม่ได้เสี้ยวของยายเลยด้วยซ้ำ

 

เราไม่กล้าบอก ไม่กล้ากลับไปอ่อนแอ เพราะเราก็คิดว่าเราเคยผ่านมันมาได้แล้ว

 

แต่ไม่ใช่หรอก...เปล่าเลย

ความจริงคือ...

 

"เราโคตรจะอยากกลับไปคืนดีกับเขาเลย อยากปรับความเข้าใจ อยากให้คืนวันดี ๆ ของเราสองคนกลับคืนมา"

 

เราไปทำใจมาน่ะ...

เขาตายไปแล้ว คนที่เป็นอดีต ตายไปแล้วเสมอ...

 

จะไม่มีคำว่ารักอีก...เพราะเขาไม่ต้องการ สิ่งที่เขาต้องการจากเราคือ เลิกรอเขา เลิกมีความหวัง เลิกรัก และเลิกๆๆๆๆ กันไปเสียที

 

อาร์ตใจร้าย...ทำไมอาร์ตใจร้ายกับปุ๊กอย่างนี้ ทำไมๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

 

(เจ็บมาก แอ๊บไม่ไหวนะสำหรับนาทีนี้ ขอเหอะ ขอให้ได้พูดได้บอกได้ร้องไห้ เธอใจร้ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฉันเกลียดเธอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)

 

เจ็บ.

 

 

ความรัก ความหวัง

posted on 27 Apr 2010 13:06 by aroonwana

ความ