ฉันเป็นใคร...?

posted on 19 Dec 2009 09:54 by aroonwana
ฉันไม่ควรเป็นใครเลย...

สักวันฉันก็จะกลายเป็นเพียง
"ฝุ่น" แล้วมันก็แค่นั้น

แล้วฉันจะเอาอะไรกับใครนักหนาในตอนนี้

ในเมื่อสุดท้ายทุกคนก็ต้องเป็นฝุ่นเหมือนกัน

ฉันไม่ควรเป็นใครเลย

อัตตา ตัวตน ฉันคือฉัน เหล่านี้มีแต่ทำให้ตัวพองคับฟ้า ใครแตะต้องก็มีแต่เดือดร้อน คอยแต่จะแตกโพละเหมือนลูกโป่งที่พองจนน่าหวาดเสียว...

...

มันก็แค่ชีวิตหนึ่ง

มันก็แค่สิ่งที่เกิดขึ้น ที่จะไม่มีวันคงอยู่อย่างนั้นตลอดไป

เพราะสุดท้ายแล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ต้อง "ผ่าน" ไป...

ถ้าฉันคิดได้เสียทีว่า ฉันมันก็แค่สิ่งมีชีวิตหนึ่ง...ก็ไม่ต้องเป็นเดือดเป็นร้อนกับสิ่งใด ๆ

เพราะทั้งเธอและฉัน เราต่างให้ความสำคัญกับตัวเองกันมากเกินไป เีราเลยกอดตัวตนของเรา กอดความเชื่อและความจริงของเราไว้แนบแน่น

แล้วเราก็ต่างทำร้ายกันราวกับไม่เคยรักกัน เพียงเพราะกลัวอีกคนจะมาสั่นคลอนความจริงของเราให้กลายเป็นความลวง...


...

ฉันเป็นใคร ?
แม้แต่ความคิดความรู้สึกฉันยังบังคับให้เป็นเอกภาพไม่ได้เลย นาทีหนึ่งเป็นคนนาทีหนึ่งเป็นผีนาทีหนึ่งปกตินาทีหนึ่งเป็นคนบ้า

ฉันไม่เป็นใครเลย.

 การทดลองนี้ ไม่ใช่แค่การวัดใจเพื่อนหรอกนะ...แต่คือการวัดใจเราเองกับ "บริโภคนิยม" ที่ทุกเมื่อเชื่อวันเราถูกทำให้เชื่อว่าจะอยู่รอดได้ก็ด้วยการ "ซื้อ" "ซื้อ" และ "ซื้อ" เท่านั้น(ยิ่งช่วงเทศกาลปลายปีนี่เห็นชัดเลย)

 

อย่าลืมเข้าไปดูรายละเีอียดได้ที่ www.wechange555.com  นะคะ

 จริง ๆ อ้วนกว่านี้นะ งือ ๆ ผอมแล้วแก่มาก(สนใจแต่เรื่องนี้แหละ)

วันที่ 2 ของการไม่ซื้อ

posted on 14 Dec 2009 08:21 by aroonwana

วันไม่ซื้อ Buy Nothing Day 1st

posted on 12 Dec 2009 14:47 by aroonwana

 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่...

http://www.wechange555.com/

รัก...อยู่ไหน

posted on 03 Dec 2009 19:47 by aroonwana

ในวันที่เราได้พบกัน

ฉันพบว่านี่คือของขวัญพิเศษที่สุดที่คนบนฟ้าส่งมาให้ฉัน

ฉันไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้เป็นคนที่โชคดีอย่างนี้

...

แต่แล้ว...ทุกอย่างก็เป็นเพียงกลุ่มควันที่สลายหายไป

ไม่ว่าไขว่คว้าเท่าไหร่ ก็ได้แต่ความว่างเปล่า

ไม่ว่าพยายามร่ำร้องเรียกหา เสียงที่สะท้อนกลับมาก็มีเพียงความเงียบงัน

...

ของขวัญของฉัน

ได้หลุดลอยไปตลอดกาลแล้ว

ในชีวิตนี้ ที่เหลืออยู่

ฉันจะมีโอกาสได้พบสิ่งดีที่เหลือเชื่อเช่นนั้นอีกหรือเปล่า

...

ใครเล่าจะรู้

 

 

 

คืนสุดท้าย...

posted on 29 Nov 2009 21:25 by aroonwana

อีกครึ่งชั่วโมง สี่ทุ่ม

ฉันควรเดินกลับหอได้แล้ว...

แต่รู้สึกเหนื่อย ๆ และยังติดพันกับการเล่นเน็ตอยู่ที่นี่

พอฝากฝังชีวิตไว้กับโลกออนไลน์ ก็เหมือนชีิวิตออฟไลน์ทุกครั้งที่คอม ฯ ปิด

ฉันไม่มีเวลาเหงา

คืนนี้ต้องทำงานที่ตั้งใจไว้ให้เสร็จ 

ต้องเก็บของ

พรุ่งนี้ต้องย้ายออกจากหอ

คืนนี้ อาจจะนอนไม่หลับ หรือไม่ก็หลับเป็นตายเหมือนคืนก่อน ๆ 

หรือไม่ก็นอนฝันร้ายเหมือนคืนที่ผ่านมา(ที่ฝันว่าเขามาตะโกนใส่หน้าฉันว่ารักผู้หญิงคนนั้น เหลือเชื่อเลย ในฝันนะนั่น)

คืนนี้ฉันไม่มีเวลาเหงา

ฉันยังมีเวลาสำหรับมันอีกทั้งชีวิต...แต่ไม่ใช่ตอนนี้

คืนสุดท้ายที่ฉันจะได้นอนอบอุ่นอยู่ในห้องของตัวเอง 

คืนสุดท้ายที่ฉันจะได้นอนในที่ที่รู้สึกปลอดภัย

มันอาจเป็นบาปที่ฉันเคยทำลายรู(รัง)ของตัวจิ้งกุ่ง(คล้าย ๆ จิ้งหรีดแต่ตัวเล็กกว่าและสีน้ำตาลเข้ม)

อโหสิกรรมให้ฉันนะ จิ้งกุ่งทั้งหลาย

ฉันเคยอร่อยกับการกินพวกเธอเท่าไหร่ บัดนี้โชคชะตาก็เคี้ยวฉันอย่างอร่อยเอร็ดเท่านั้น

ฉันยอมให้เคี้ยวในส่วนที่ฉันทำ...

แต่ฉันจะไม่ยอมงอมืองอเืท้าให้โชคชะตากระทำแต่ฝ่ายเดียว

คืนสุดท้ายของชีิวิตอีกแบบหนึ่ง

สู่ชีวิตใหม่...ที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม

สู้ !!!

สู้โว้ย !!!

posted on 28 Nov 2009 08:42 by aroonwana

พรุ่งนี้จะได้นอนห้องตัวเองเป็นคืนสุดท้าย

วันจันทร์ต้องย้ายออก เพราะไม่มีปัญญาจ่ายค่าเช่า ๕๕๕ เอากะกูสิชีวิต...

เมื่อเช้าแทบลุกจากเตียงไม่ขึ้น กินอะไรไม่ลงมาสองวัน บวกกับเป็นวันนั้นของเดือน

แต่สุดท้ายก็ต้องลุก เข้าห้องน้ำ ส่องกระจกจ้องหน้าตัวเอง

บังคับตัวเองว่า ก่อนออกจากห้อง ต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า ชีวิตของฉันโชคดีที่...?

ใครจะคิดว่าชีวิตในรอบ ๓ เดือนที่ถูกแฟนทิ้ง งานที่รออยู่ก็ไม่ผ่าน เงินเก็บหมดเกลี้ยง กระดูกหน้าอกโปนขึ้นมาต้องหาหมอ ประกันสังคมกำลังจะหมด และกำลังจะไม่มีที่ซุกหัวนอน ... ชีวิตแบบนี้มีอะไรโชคดีอีกหรือวะ

แต่...มันก็ผุดขึ้นมา ในจังหวะที่บังคับตัวเองให้หาคำตอบหน้ากระจกให้ได้นั่นแหละ

"เราเป็นคนโชคดีที่ได้ใช้ชีิวิตในแบบที่ตัวเองต้องการนี่หว่า!"

ไม่อยากทำงานประจำ ไม่อยากเดินสมัครงาน ไม่อยากจบชีวิตที่การมีครอบครัวพ่อ-แม่-ลูก

อยากมีอิสระ อยากทำอะไรก็ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดมากหรือวางแผน อยากเขียนหนังสือ อยากทำงานที่ไม่อยู่กับที่ ฯลฯ

ก็ตอนนี้...ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ไม่ใช่หรือ ฮ่าๆๆ ตลอดเวลาที่อยู่กับอาร์ต ก็แอบโหยหาอิสระเสรีมิใช่หรือ

ได้มันมาแล้วนะ...แม้จะฉุกละหุก แม้จะแลกกับชีวิตคู่ แต่ชีวิตคนเราบางครั้งก็ใช่จะเลือกได้ทุกอย่างใช่ไหมล่ะ สำคัญที่ว่าเราจะมีความสุขกับสิ่งที่มีอยู่ได้มากแค่ไหน

...

 

ทุกครั้งที่เริ่มมองไม่เห็นกำลังใจ จะนึกถึงที่นี่

 

เพราะเชื่อว่าเพื่อน  ๆในนี้แหละที่จะยืนยันได้ว่า ชีวิตมีความหวัง ความรักยังมีอยู่จริง และเราต้องเดินต่อไป

ไม่น้อยใจ ไม่ตัดพ้อ ไม่ท้อแท้ จริง ๆนะ

อยากรู้เหมือนกันว่า ลำพังตัวเองจะเอาชีวิตตัวเองช่วงนี้อยู่มั้ย...

 

เชื่อว่าตัวเองเอาอยู่

และรู้ว่ายังมีคนเอาใจช่วย

รักนะจุ๊บจุ๊บ.

 

ชาตินี้ไม่มีสิทธิ์เจอ

posted on 27 Nov 2009 17:24 by aroonwana

ไม่กี่วันก่อน ได้รับโทรศัพท์จากลูกพี่ลูกน้อง

อาเขยเสียชีวิตเพราะมะเร็งตับ

เราเลยถามน้องคนนี้ว่า แล้ว...(ชื่อลูกอา-น้องสาวฉันอีกคน)เสียใจมากมั้ย

น้องตอบว่า "ยิ่งกว่าเสียใจ" เพราะสองเดือนก่อน แฟนมันเพิ่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

 

...

 

เมื่อคืน ฉันฟังเพลง "ฝุ่น" ของ บิ๊กแอส

เมือ่ถึงท่อนที่ว่า "ชาตินี้ไม่มีสิทธิ์เจอ..." ฉันถอดหูฟังทันที และใจก็นึกวูบไปถึงน้องสาว

ถ้ามันฟังเพลงนี้อยู่ มันอาจกำลังร้องไห้แทบขาดใจอยู่มุมไหนสักแห่งบนโลกใบนี้

มุมนั้น...ที่คนรักของมันจะไม่มีวันกลับมาหาได้อีก

ฉันไม่มีคำปลอบโยนใด ๆ ให้น้องได้เลย

...

ฉันกลัวเสมอว่าสักวันอาร์ตจะตายจากฉันไป 

แต่สุดท้าย...ไม่ใช่โลกนี้หรอกที่เขาเดินจาก

ฉันอยากจะคิดว่าตัวเองโชคดีกว่าน้อง แต่ลึก ๆ ก็ไม่อาจคิดอย่างนั้น ความเศร้าโศกของเราไม่เคยอนุญาตให้เราคิดว่าบางเบากว่าคนอื่น

ถ้าวันนี้อาร์ตตาย ฉันคงไม่แม้แต่จะไปร่วมงานศพเขา ไปเห็นคนรักของเขาที่มีสิทธิ์ร้องไห้ได้มากกว่าฉัน

 

หึหึ แม้แต่น้ำตา เราก็ยังเห็นแก่่ตัวไม่แบ่งปันใคร

 

อย่างไรก็ตาม...ฉันพยายามบอกตัวเองว่าอาร์ตตายไปแล้ว ที่เห็นอยู่ตรงหน้า เป็นใครสักคนที่ฉันไม่รู้จักไม่เคยรู้จัก

เพราะฉันจะกอดเขาไม่ได้อีก

เพราะฉันจะไปหาเขาไม่ได้อีก

เพราะเรา...ไม่อาจกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันได้อีก

เขาจึงไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว...

อาร์ต...ชาตินี้ปุ๊ก "ไม่มีสิืทธิ์" เจออาร์ตแล้วนะ ต่อให้น้ำตาไหลหมดตัวก็ไม่มีวันหวนคืนมา

ลาก่อนนะจ๊ะ ขอให้เราต่างสุขสงบอยู่ในดินแดนของตัวเอง

...

 

ขอแผ่เมตตาให้สรรพชีวิตที่จากลาโลกมนุษย์นี้ไปด้วยค่ะ...สาธุ.

 

เมื่อเช้าตื่นเช้ากว่าเดิมอีกนิด เพื่อไปดักรอพระมาบิณฑบาต(ขนาดนั้นกันเลยทีเดียว...)

 

แล้วก็ได้ใส่บาตรขนมถ้วยไป ๒ รูป

 

มีความสุขหรือเปล่า...เฉย ๆค่ะ ทุกวันนี้พยายามมีสติอยู่กับตัวเอง ไม่ปรุงแต่งให้สิ่งใดมีค่ามีความหมายว่าสุขหรือทุกข์ แม้แต่การทำบุญตักบาตรก็ทำไปด้วยความพร้อมความตั้งใจที่มี...ก็พอแล้ว

 

ชีวิตที่ผ่านมา เป็นคนสุดขั้วกับอารมณ์มาตั้งแต่เด็กจนโต ดื่มกินความเข้มข้นจนเมามายหมดเนื้อหมดตัวให้กับความทุกข์ ก็ยังจำได้ดี...

ยอมรับว่าทุกวันนี้ ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าอารมณ์มั่นคงพอแล้ว...ดังนั้นจึงระมัดระวังใจและความคิดของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่ให้เผลอแกว่งหรือเหวี่ยงไปทางใดทางหนึ่งจนเสียศูนย์ เผลอแกว่งไปบ้างก็รีบนำกลับมาตั้งที่เดิม

 

วันนี้ก็มีเผลอแกว่ง ตอนบ่าย ๆ สอดส่ายแส่เสือกไปหาดูรูปของอาร์ตจากในเฟซบุ๊คจนได้ แล้วความเศร้าก็กระทบอย่างจัง ถ้าเรายังมีกันและกัน รูปนั้นตรงนั้นก็ต้องเป็นฉันไม่ใช่คนอื่น...

ในรุปเขากำลังกินเบียร์ สภาพเหลือเกิ๊น...ปะติดปะต่อเอาเองจากที่ได้ยินได้ฟังเข้าหู เขาคงดื่มและคิดถึงผุ้หญิงคนนั้นที่ทำให้เขาผิดหวัง...เจ็บใจ

แน่นอนว่าผู้หญิงอีกคนที่เขาเคยบอกว่ารักเธอมากมาย... ก็คงไม่ได้หลุดเข้าไปในจิตใจแม้สักเสี้ยว...

 ...

คิด คิด คิด

กว่าจะรู้ตัวว่าหลุดไปจากปัจจุบัน หลุดสู่โหมดปรุงแต่ง เผลอจิตจมอยู่กับความคิดและอารมณ์ น้ำตาก็หยดแหมะไปหลายหยด...

ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงเศร้าและโกรธตัวเอง แต่วันนี้กำหนดสติ...เห็น รู้ วาง ไม่วิ่งตามอารมณ์ต่อ ที่ร้องไห้ไปแล้วก็ช่างมัน รู้ตัวเมื่อไหร่ก็พอได้แล้วแค่นั้น...

 

อารมณ์มันไม่ใช่ตัวเรา ความสุขกับความเศร้าก็มีค่าเท่ากันคือมาแล้วก็ไป ไม่ได้อาศัยอยู่ในใจเรามาตั้งแต่ต้นและตลอดไป...

 

เราจึงไม่ต้อง "มา" หรือ "ไป" กับอารมณ์นั้นด้วย...เหนื่อยเปล่า

 

แผ่เมตตาให้เขา ให้เขาอโหสิกรรมที่เราทำไม่ดี เราก็อโหสิกรรมที่เขาเคยทำร้ายทั้งโดยตั้งใจไม่ได้ตั้งใจ

ที่สำคัญทีสุด อย่าลืมแผ่เมตตาให้ตัวเอง...อย่าได้ทุกข์ร้อนกร่อนใจ ขอให้ตั้งอยู่ในความสงบได้นานขึ้นนานขึ้นในแต่ละวัน...

 

ป.ล. ไม่ได้จดจ่อกับการเลิกกันจนจำได้ว่า ๑๐๐ วันเมื่อไหร่นะคะ แต่เผอิญรู้สึกว่าอยากทำบุญในวันพิเศษบางอย่าง ก็เลยลองนับวันดู...และคงทำต่อ  ๆไปไม่ประมาท ตราบใดใจยังเต้น ความทุกข์ความโศกก็เข้าครอบงำได้เสมอนั่นแหละ...

 

 

 

เพิ่งรู้จักเพลงนี้ตอนไปลาว เพื่อนมันพกไปฟังด้วย...

ฟังครั้งแรกก็โดนเลย...แล้วก็ยกให้เป็นเพลงประจำทริปไปเลยซะงั้น ฟังไม่ต่ำกว่าสามสิบรอบต่อวัน(อาการหนักแฮะ)

เอามาแบ่งปัน เพราะคิดว่าของเค้าดีจริง